บทที่ 16
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง สาวิตร ปรางนวล และนาถนพินมุ่งหน้าสู่หัวหิน โดยสาวิตรเป็นคนขับรถ ปรางนวลนั่งเคียงข้าง ส่วนนาถนพินนั่งด้านหลัง เธอบ่นระบายเรื่องงาน แทบจะตั้งแต่ขึ้นรถของปรางนวล ที่ขับมารับสาวิตรกับนาถนพินถึงบ้าน
“ตั้งแต่เจ๊วี กรรมการผู้จัดการคนใหม่มานี่ พวกหนูนี่ทำงานยังกะไถนาเลยค่ะ พี่เข็ม” นาถนพินว่า
“ยังไงหรือ” ปรางนวลถามกลับ ในใจนั้นทำใจได้แล้วที่ทริปนี้จะมีบุคคลที่สามอย่างนาถนพินร่วมทางไปด้วย อย่างน้อยเธอก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวิตร ทำความคุ้นเคยกันไว้ก็ดี เพราะวันข้างหน้าคงต้องเกี่ยวดองเป็นญาติกันค่อนข้างแน่
“แกหายใจเป็นงานน่ะค่ะ ทุกเวลานาทีเป็นงานไปหมด ไม่มีเว้น ตอนเที่ยงพักทานข้าว เพื่อนหนูที่เป็นเลขาแกตักข้าวเข้าปากได้แค่ 2 ช้อน แกโทรมาตามงานละ หนูก็เหมือนกัน ตอนเลิกงาน บางทีหนูขับรถออกจากออฟฟิศแล้ว แกโทรมาสั่งงานเสียนี่ หนูอยู่กลางถนน ต้องค่อยๆ หาที่จอด แล้วโน้ตตามที่แกบอก เพราะแกสั่งทีน่ะ เป็นขบวนเลยค่ะ ไม่ใช่เรื่องเดียว ตั้งมืดตั้งดึกแล้ว เราจะติดต่องานกับใครก็ไม่ได้แล้ว จริงๆ จะส่งเมล์หรือไลน์มาก็ได้ แต่แกไม่ยอม ต้องเดี๋ยวนั้น” นาถนพินว่า
“ที่พีคกว่านั้นนะคะ เพื่อนหนูอีกคนทำงานจนต้องไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล แกก็โทรมาจิกเสียนี่ ทำนองสำออย ยังไงยังงั้นเลยค่ะ แหม แค่นี้ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วย โธ่ ก็พวกหนูไม่ได้เงินเดือนเป็นแสนๆ นี่คะ จะได้มีตังค์ซื้อโสม ซื้อถั่งเช่ากิน แล้วทำงานเป็นควายเหล็กได้อย่างแก”
สาวิตรกับปรางนวลหัวเราะในความช่างเปรียบ ช่างเสียดสีของนาถนพิน
