บทที่ 5
เพียงครู่หนึ่งอาการหนังตาหนัก จิตเข้าสมาธิก็เริ่มจางคลาย เมื่อกลับมารู้สึกตัวเต็มที่อีกครั้ง สาวิตรก็จับดาบเล่มนั้นร่ายรำต่อ มันช่างเหมาะมือเสียจริงๆ ลีลาท่าทางร่ายรำก็คล่องแคล่วราวกับคุ้นเคยมาเนิ่นนาน เขารู้สึกแปลกๆ กับตัวเอง จากคนที่ไม่ชอบเล่นกีฬา ไม่ชอบออกกำลังกาย ยามนี้เหมือนเขาจะชอบฟันดาบขึ้นมาเฉยๆ และรู้สึกว่าตัวเองฟันดาบเป็นและคล่องด้วย หนทางพิสูจน์ความรู้สึกนี้ว่ามันจริงหรือเปล่าก็มีอยู่ทางเดียว...
ไปขอทดลองประดาบกับอาพสิฐ นักดาบเก่า ให้มันรู้กันไปเลยว่าเขาใช้ดาบเป็นหรือไม่
สาวิตรนำดาบไปวางคืนไว้บนแท่น พลางคิดต่อว่า เขาจะรับรู้เรื่องราวในอดีตที่ชวนให้งวยงงของตัวเองได้อย่างไร และจะพบหญิงสาวนักดาบคนนั้นได้อย่างไร หญิงสาวแสนงามคนนั้น พอเริ่มนึกถึง ใจก็เหมือนจะโหยหาขึ้นมาทันที ขอให้ได้พบเธอคนนั้นเถิด ถึงแม้จะเป็นแค่ภาพฝันอันจับต้องไม่ได้ก็ยังดี
ทางเดียวที่จะรู้ได้ก็น่าจะเป็นการทำสมาธิ ทำจิตให้นิ่งสินะ นั่นเป็นสิ่งที่เคยได้รับรู้มา..
พอคิดเช่นนั้น สาวิตรก็นั่งขัดสมาธิตรงหน้าหิ้งพระ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้ายอย่างที่เคยได้รับการอบรมมาจากวัดไทย เขาพยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกไปเรื่อยๆ แล้วภาพเริ่มปรากฏในดวงจิต แต่เป็นเพียงภาพวูบๆ ไหวๆ ที่จับความใดๆ ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น สาวิตรจึงออกจากสมาธิพร้อมกับถอนหายใจ วันนี้คงทำไม่สำเร็จ แต่เขาต้องพยายามต่อ เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงกุญแจดอกเดียวที่จะไขประตูความลับทั้งมวลออกมาให้รู้ได้
“วันนี้ไปนอนก่อนดีกว่า” เขาบอกกับตัวเองแล้วก็ก้มลงกราบพระ 5 ครั้ง จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอนและหลับสนิทไปจนรุ่งเช้า
วันรุ่งขึ้น สาวิตรไปที่บ้านอาพสิฐแต่เช้า พบแต่อุ๊ แม่บ้านสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดจานชาม กาแฟ สำหรับอาหารมื้อแรกของวัน เธอยิ้มกว้างทันทีที่เห็นสาวิตร
“ตื่นเช้าจัง คุณวิตร วันนี้มีข้าวต้มปลานะคะ ทานได้ไหม ถ้าคุณวิตรอยากรับอย่างอื่นเพิ่มอย่างไส้กรอก ไข่ดาว หนูจัดให้ได้ค่ะ”
“ไม่ละครับ ข้าวต้มดีแล้ว” ชายหนุ่มตอบ ตาเหลือบไปเห็นอาพสิฐเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร เป็นคนแรกของวันนี้
“สวัสดีตอนเช้าครับ อา ผมขอถามอะไรหน่อย ตอนนี้คุณอายังฟันดาบอยู่หรือเปล่าครับ” สาวิตรยิงคำถามทันทีแบบไม่ให้เสียเวลา เมื่ออาเขานั่งเก้าอี้เรียบร้อย
“ยังฟันอยู่ เมื่อ 5 วันก่อน ยังไปเรียกเหงื่อกับอาเกื้ออยู่เลย” พสิฐหมายถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเขา
“งั้นผมขอความรู้จากคุณอาหน่อยได้ไหมครับ ขอเป็นเย็นนี้เลย เอาภาคปฏิบัติของจริงเลยนะครับ”
“ได้สิ ยินดีเลย งั้นเย็นนี้มาเจอกันที่สนามนะ” พสิฐรับคำ แม้จะรู้สึกแปลกๆ เพราะหลานชายของเขา แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยเห็นสนใจเรื่องฟันดาบเลย เท่าที่ได้รู้จักกันมาเป็นเวลานานหลายปี
