บทที่ 19
มิ่งงวยงงกับสิ่งที่ท่านคุรุเฒ่าพูด
“ท่านหมายความเยี่ยงไร”
“ข้าได้พบคนมากมาย ทั้งนักรบมีฝีมือ ทั้งจอมปราชญ์ ทั้งชาวบ้านชาวเมือง มิมีผู้ใดเลยที่มิปรารถนาครอบครองดาบเล่มนี้ มีเพียงเจ้านี่แล แต่ดาบถูกกำหนดมาว่า ผู้มิมีความปรารถนา ย่อมได้ ดาบนี้จึงเป็นของเจ้า”
“จักสมควรฤาท่าน ข้าจักทำสิ่งใดได้ กับดาบที่ล้ำค่ายิ่งนี้” มิ่งว่า
“สมควรแล้ว เจ้าอย่าเพิ่งปรามาสตนเองไป ดาบนี้มาพร้อมหน้าที่อันสำคัญ ซึ่งเจ้าจักได้ล่วงรู้ เมื่อเวลามาถึง ครานั้นเจ้าจักได้รู้ว่าเจ้าทำสิ่งใดได้ แต่มันหาใช่เพื่อความสุขสบายส่วนตัวเจ้า เจ้ายินดีที่จักครอบครองดาบนี้ฤาไม่”
มิ่งเพ่งพินิจดาบในมืออีกครั้ง
“ถ้าท่านเห็นสมควร ข้าก็ยินดีรับไว้”
ท่านคุรุเฒ่ายิ้มอย่างพอใจ เช่นเดียวกับพ่อขุนบางกลางหาว ก่อนที่ท่านคุรุจะรับดาบจากมือมิ่งมารักษาไว้ก่อน
“ข้าจักรอเวลาที่เจ้าจักมาร่วมรบในกองทัพของข้า เจ้ามิ่ง อีกมินานแล้ว” ท่านพ่อขุนบางกลางหาวกล่าวขึ้น “แต่เพลานี้ข้าต้องไปก่อน รักษาตัวให้ดีนะเจ้า” พูดแล้วก็ตบบ่าของมิ่ง
“ข้าจักรักษาตัว แลฝึกอาวุธให้ดีที่สุด เพื่อเข้าร่วมกองทัพของท่าน”
“ท่านคุรุ แล้วข้าจักกลับมาเยี่ยมท่านใหม่ คงอีกมินานจากนี้” พระองค์ท่านหันไปกล่าวลาท่านคุรุ
“การเตรียมการของท่านเป็นเยี่ยงไร” ท่านคุรุเฒ่าถาม
“ข้าหารือการรบกับท่านผาเมืองตลอดเวลา แต่เราต้องทำกันเป็นการลับ ด้วยต้องระวังหูตาของฝ่ายขอม ยิ่งท่านผาเมือง ยิ่งต้องคอยปิดบังมิให้นางสิงขรเทวีรับรู้ มิเช่นนั้น ความลับจะตกถึงบ้านเมืองของนาง มันจะเสียการ แน่ชัดว่า กษัตริย์ขอมต้องการให้ท่านผาเมืองเป็นใหญ่ แต่ก็ใหญ่ภายใต้อำนาจขอม จึงยกนางสิงขรเทวี ธิดาให้เป็นชายา แลช่วยเป็นหูตาคอยส่งข่าวสารให้ เราจึงประมาทมิได้เลยแม้แต่น้อย”
ท่านคุรุพยักหน้ารับรู้
