บทที่ 3
“ผมเชื่อสนิทแล้วครับว่าเป็นท่านจริงๆ ” สาวิตรพูดออกมาดังๆ เมื่อกลับเข้าห้องนอนและปิดประตูตามหลัง เขากวาดตามองไปรอบห้อง เผื่อจะได้พบ “ท่าน” อีกครั้งในยามนี้
เงียบ ไม่มีเสียงตอบใดๆ เลย....
“ผมอยากพบท่านมากครับ ให้ผมพบได้ไหม” ทุกสิ่งยังคงนิ่งสนิทเหมือนเดิม สาวิตรทรุดกายนั่งที่โต๊ะ คิดว่าจะทำอย่างไรดี จึงจะได้คุยกับ “ท่าน” เพื่อให้กระจ่างชัดมากขึ้น ในเรื่องที่พบเจอตอนเย็น แต่เมื่อไม่มีคำตอบ เขาจึงเปิดโน้ตบุ๊คและเข้าไปค้นหาอ่านเรื่องราวของ “พ่อขุนบางกลางหาว” ต่ออย่างกระหายใคร่รู้เต็มที่ หัวข้อที่ขึ้นมามีแต่ “พ่อขุนศรีอินทราทิตย์”
“พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยหรือราชวงศ์พระร่วง พระนามเดิม คือ พ่อขุนบางกลางหาว แห่งเมืองบางยาง พระองค์ทรงร่วมกับ พระสหาย พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ช่วยกันรวบรวมคนไทย ยึดเมืองสุโขทัยจากขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งเข้าครอบครองเมืองสุโขทัยอยู่ขณะนั้นจนเป็นผลสำเร็จ และตั้งเมืองสุโขทัยเป็นราชธานี พ่อขุนบางกลางหาวทรงได้รับการสถาปนาจากพ่อขุนผาเมืองขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทรงมีพระมเหสี พระนามว่าพระนางเสือง ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของพ่อขุนผาเมือง มีพระราชโอรสที่ครองราชย์ต่อจากพระองค์อยู่ ๒ พระองค์ คือ พ่อขุนบานเมือง และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
.......พระราชกรณียกิจ.......
๑.ทรงก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยโดยพระองค์ทรงรวบรวมผู้คน ยึดอำนาจจากขอมเป็นผลสำเร็จ และทรงสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเป็นราชธานี ทำให้คนไทยมีอิสรภาพ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ของอาณาจักรขอมต่อไป
๒. ทำศึกสงครามเพื่อป้องกันและขยายอาณาเขต ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดได้นำกองทัพเข้ามารุกรานเมืองตาก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์พร้อมด้วยพ่อขุนรามคำแหง พระราชโอรสองค์เล็ก ทรงยกทัพเข้าสู้รบจนได้รับชัยชนะ ทำให้อาณาจักรสุโขทัยได้เมืองตากกลับคืนมา”
......
เขาอ่านได้เพียงนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป
“ท่าน” เขาดีใจที่ได้พบเห็นพระองค์อีกครั้ง ร่างสูงสง่านั้นประทับนั่งอยู่ แย้มพระสรวลอย่างเมตตาเช่นเคย
